จากถนนโรจนะสายใหญ่อันวุ่นวายและเสียงดัง
ที่เต็มไปด้วยการจราจรคับคั่ง
โดยเฉพาะในช่วงเย็นๆ เช่นวันนี้
แต่เมือมีโอกาสได้หลบพักเข้าไปในซอยหนึ่ง ซึ่งท้ายซอยบรรจบกับลำคลองเล็กๆ
ที่แม้คู่ขนานกับถนนสายนั้น แต่บรรยากาศก็แตกต่างกันราวกับอยู่คนละแห่งหน

คลองสายที่ว่านี้คือคลองกระมัง ที่เชื่อมรวมกับคลองบ้านบาตร จากแม่น้ำป่าสักบริเวณเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา
มุ่งหน้าสู่ตะวันออก ไกลถึง อำเภออุทัย และก่อนนี้ไปได้ถึงอำเภอวังน้อย

ผมยังจำที่คุณยายชราที่ขายผลไม้ในตลาดหัวรอเล่าให้ฟังได้ว่า
เมื่อก่อน ท่านพายเรือผ่านคลองสายนี้ เอาผักผลไม้จากตัวเมืองอยุธยา ไปขายไกลถึงอำเภอวังน้อยเลยทีเดียว
ซึ่งเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ที่จะมีใครพายเรือไปได้ไกลเพียงนั้น
ฉะนั้น นึกสภาพคุณยายตอนสาวๆ ท่านคงจะเป็นผู้หญิงที่แข็งแรงน่าดู

มาวันนี้...คลองสายนี้ มิได้ใช้เป็นเส้นทางคมนาคมเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
เพราะมีรถยนต์เข้ามาแทนที่เรือ ผู้คนต่างก็ใช้ถนนแทนแม่น้ำลำคลอง
ในปัจจุบัน ถ้าจะเดินทางจากตัวเมืองอยุธยาไปอำเภอวังน้อย ก็จะใช้ถนนโรจนะแทน
ซึ่งเป็นถนนที่สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมโยงการคมนาคมระหว่างจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สู่กรุงเทพมหานคร
โดยไปเชื่อมกับถนนสายสระบุรี-ดอนเมือง ที่อำเภอวังน้อย ในราว พ.ศ. ๒๔๘๖
แต่หลังจากมีถนนสายเอเชีย ก็ไม่ต้องไปถึงวังน้อยอีกต่อไป

สำหรับคลองกระมังในเวลานี้...จะต่างจากเมื่อก่อนเพียงใด ก็ไม่ทราบได้
เพราะแต่ก่อนเป็นอย่างไร ก็ยังเป็นเรื่องที่ผมไม่เข้าใจแจ่มชัด

แต่ทันที ที่คนอยุธยาในเมืองอย่างผมได้มาเห็นแล้ว...
ก็รู้สึกประทับใจขึ้นมาทันที เพราะ
บรรยากาศริมคลองนั้นดีเหลือเกิน ร่มรื่นใต้เงาไม้ใหญ่ริมฝั่งคลอง

ชื่นชมวิถีชีวิตชาวริมน้ำ ที่ยังใช้ชีวิตผูกพันกับน้ำ
ยังคงใช้เรือพาย ออกไปทอดแหจับปลาในกลางบึงน้ำขนาดใหญ่
ที่กว้างไกลออกไปถึงวัดมเหยงคณ์

บ้านน้อยที่อยู่ริมน้ำ ทำระเบียงยื่นเข้ามาในคลอง น่านั่งเล่นเสียให้นานๆ
1-2 ครั้งที่เผอิญได้ยินเสียงอะไรจากท้องน้ำ จึงมองเห็นบางสิ่งที่เคลื่อนไหวจากใต้น้ำ
จนทำให้น้ำแหวก ปรากฏเสียงดัง ที่คงจะเป็นปลาตัวใหญ่
กำลังฮุบกินปลาตัวน้อย อยู่แน่

ยิ่งอาทิตย์คล้องลงต่ำ มองเห็น นกน้ำสองตัว เกาะขอนไม้กลางลำคลอง
และเดินทอดน่องช้าๆ อย่างน่าเอ็นดู
บรรยากาศเช่นนี้...ผมเองคงไม่ได้มาสัมผัสบ่อยๆอีกแน่นอน
จึงเก็บภาพถ่ายและความทรงจำนี้
เป็นที่ระลึก และฝากความระลึกนี้ถึงทุกท่าน ด้วยเรื่องราวและภาพเหล่านี้